thanut's profileGallery Kon BaPhotosBlogListsMore Tools Help

thanut jira

Occupation
Location

: life : song :

: football :

: politics :

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Hi!! How're you ja??  Hope u doing fine na! You have a lot of things to post in the space!!  U're very suitable to be a writer.  What do u think ja??
May 4

Windows Media Player

This person's network is empty (or maybe they're keeping it private).

Weather

Loading...

Gallery Kon Ba

you don't know my pics, my pics don't want to know you.
Photo 1 of 8
November 22

จิ้กงจกนรกแตก

ตื่นเช้ามาตั้งเป้าว่าจะทำงาน 3 อย่างแบบชิวๆ ไม่รีบไม่ร้อน อยากแรกคือทำความสะอาดโคมไฟรอบๆบ้าน หลังจากแมลงเข้าโคมเต็มไปหมด บอกแม่ว่าจะทำนานแล้วแต่ไม่ว่างทำซะที...อย่างที่สองคือเอารถไปล้างแล้วจะเลยไปเปลี่ยน DVD ที่ซื้อมาเป็นอย่างสุดท้าย...

งานแรกเริ่มต้นประมาณ 9 โมงครึ่ง โค้มที่จะต้องทำความสะอาดมี 5 อัน (ทำส่วนนึงก่อน ทำรอบบ้านเยอะเกิน...) ก็แกะโคมแรกด้วยความยากลำบาก ค่อยๆไขน๊อตก่อนจะเอามาล้าง ก้ดูเหมือนไม่มีอะไร ก็ไม่ยาก แค่ปีนบันไดขึ้นไป ไขๆแล้วก็ลงมา...

ความยากมันอยู่ที่โคมที่สองและสาม...มันไม่ใช่ความยากหรอกจริงๆแล้ว มันคือความเชี่ย....ใช่ครับ ถ้าได้ติดตามเรื่องราวก่อนหน้านี้มาจะรู้ความเชี่ยมันคือ.....จิ้งจก

ผมก็รู้ว่าความเสี่ยงมีอยู่ที่จิ้งจกมาจะมาแอบอาศัยโคมไฟเป็นบ้านพักในเวลากลางวัน เพราะมันใกล้แหล่งหากินเวลากลางคืน...ผมจึงเคาะโคมเรียกให้มันรู้ว่า...กูมาแล้ว มึงไปวะไอเชี่ยยยยย

มันไม่มีปฏิกริยาใดๆ นั้นไม่ได้หมายความว่ามันไม่อยู่...ผมรุ้ จึงระวังตัวไม่ละสายตา...

ผมไขๆ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มันอยู่จริงๆ มันอยู่ที่หลอดไฟ... อี๋ย์ พิมพ์ไปก็กลัวไป แหวะ...มันไม่ตัวใสเหมือนจิ้งจกทั้วไป อาจเพราะพนังบริเวณนั้นเป็นสีน้ำตาล มันเลยเป็นสีน้ำตาลเข้ม...ย้ำว่าเข้ม...ผมขอถอนคำพูดที่เคยบอกว่าความใสของจิ้งจกน่ากลัว...ขอเปลี่ยนเป็นผิวหนังมันไม่ว่าสี(ห่า)อะไรก็น่ากลัว

ผมรวบรวมสติ ร้องไป ก็เอาโคมปีนบันไดลงมา...ยังไม่ทันถึงพื้น....จิ้งจกกระโดดใส่แขนผม คราวนี้สติแตกเลยครับ...วิ่งหน้าไปที่โรงรถที่ไกลจากที่เกิดเหตุประมาณสิบเมตร...ถ้าบ้านมีที่มากกว่านี้คงหนีไปอีก....

กรุณาอย่าคิดว่าตลก...ผมซีเรียส!!!

ผมหลบมาตั้งสติก่อนฟ้องแม่ว่า มันมีจิ้งจก...แน่นอนผมได้รับคำสรรเสริญว่า...มันน่ากลัวตลกไหน กลัวไปได้...เอิ่ม...เค้ารู้ว่าผมกลัวนะ แต่เค้าคงไม่รู้ว่าผมกะมันรบกันมากี่ครั้ง....มันอาจเป้นคำสาปจิ้งจกในไมโครเวฟก็เป้นไปได้ พูดแล้วก้อโหสิกรรมเหอะนะ ไอจิ้งจกบ้า...มึงจะหลอนกูไปไหน...

กลับมาต่อที่จิ้งจกในโคมไฟ คราวนี้ทำไงดีหละ เหลืออีก 3 แต่ตอนนี้กลัวจนปวดหัวไปแล้ว...

เอาวะ หน้าที่คือหน้าที่ ต้องทำ...จากนั้นผมเลยปีนไปแกะโคมที่ 3 เฮ้ออ...

ใช่ครับ เดาไม่ยากใช่มะ...เจอมันอีกแล้ว สีเดิมเลย...คราวนี้อยู่ในโคม...ผมประคองสติสัมปะชัญญะ (สะกดไงวะ) ประคองทุกสิ่งอย่าง แม้ปากจะร้องอ๊ากกกกกกก แต่มือและตีนส์ ยังทำงานถือและเดินลงมา พร้อมวางโคมไว้ที่พื้นหญ้าในสวน เรียกแม่ออกมาช่วยไล่ แม่ออกมาช่วยพร้อมบอกว่า อืมม..มันน่ากลัวจริงๆด้วยตัวดำๆ...มันไม่ใช่น่ากลัวครัว มันโคตรน่ากลัว น่าขยะแขยง น่าเกลียด น่าแหวะ น่าอี๋ หน้าเชี่ยด้วย

โชคดีที่มีแม่ แม่ช่วยไล่และเอาโคมไปล้างทำความสะอาด...พร้อมทั้งบอกว่าไม่ต้องทำแล้ว อีก 2 ดค้มไว้ค่อยทำ ฮ่าๆๆ เรื่องมันควรจะจบ และผมควรจะแต่งกลอนสรรเสริญคุณงามความดีของตัวเชี่ยผิวเข้มทั้งสองตัวใช่มั๊ยครับ...

ถ้าเป็นหนังปกติมันควรจะจบแค่นั้น แต่นี่มันไม่ใช่หนัง มันคือชีวิตจริง

ผมปีนไปติดโคมกลับ ใจก็กลัว แต่มันก็ต้องทำ ส่องอย่างดีไม่มีแน่ๆ โคมแรก ไม่มีปัญหา เพราะปัญหาอยู่โคมที่ 2 ครับ ผมส่องไปปุ๊บ เจอมันปั๊บ มันตัวดำๆเขื่องๆ ดุไม่เป้นมิตร ถึงมันกูเป็นมิตร ผมก้ไม่เป็นมิตรกะมันแน่...ครับ มันคือจิ้งจก อี๋ย์

ทำไมมันมายุ่งกะชีวิตผมจังเลยวะ จิ้งจกในไมดครเวฟวันนั้นเป็นดคตรพ่อมันหรอ ถ้าใช่ กรูขอโทษ กรูไม่ได้ตั้งใจ...มึงจะให้กูทำไงถึงจะเลิกยุ่งกะชีวิตกรู กรูไม่อยากเขียน blog ถึงพวกมึงแล้ว...

คราวนี้ผมทั้งบ้านเลยครับ ทั้งพ่อทั้งแม่ ถือถ้าบ้านมี ห้าล้านคนคงออกมาหมดห้าล้านคนแน่ๆ...มันเพราะไอบ้าจิ้งจกจากนรก ไอจิ้งจกชั่วตัวดำ ใจดำ มดดำ รมดำ ทุกอย่างดำหมด...

สุดท้ายก็ไล่มันออกไป ผมปิดโคมได้ทุกอันพร้อมอาการปวดหัวตุ๊บๆจนถึงวินาทีนี้...เฮ้อออ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง เอาชนะมันไม่ได้"

กลอนจากใจฝากไปให้สามชั่วตัวดำ...

 

จิ้งจกรกโลกโสโครกจริงจริง   ควรจะโดนทิ้งปิ้งไฟนรก

หรือไม่ก็เอาไปให้ส้วมหมก   ให้หม่ำจ๊กมกจกไปย่างกิน

แต่งได้แค่นี้แหละ ผมดแรงแต่งแล้ว...เหนื่อย

September 02

Talking about YouTube - BOYdPOD - ช่วงที่ดีที่สุด

 

Quote

YouTube - BOYdPOD - ช่วงที่ดีที่สุด
  
September 01

...

he's feeling bad
he's feeling sad
he's going to mad
that's what he has to
July 27

ความเชี่ยของจิ้งจก

นอกจากแมลงสาปแล้ว สัตว์บนโลกใบนี้ที่ผมกลัวอีกอย่างคือจิ้งจก...
 
ถ้าความน่ากลัวของแมลงสาปคือการบิน...ความน่ากลัวของจิ้งจกคือการที่เราต้องนอนในห้องที่มันอยู่...
ถ้าความน่าเกลียดของแมลงสาปคือการกระพือปีก...ความน่าเกลียดของจิ้งจกคือความใสของลำตัว...
 
วันนี้มันเข้าห้องนอน และตัวมันใสมาก...แม่เจ้า...มันคือความน่าเกลียดและน่ากลัวในตัวเดียวกัน...
 
ผมนั่งเล่น facebook และนั่งดูตัวอย่างรายการบางจะเกร็งอยู่...โกะตี๋ฮามาก มากจนผมกะว่าจะตั้งใจดู...แต่ทันใดนนั้น...
ผมเห็นอะไรบางอย่างที่พื้น มันค่อยๆเคลื่อนที่ ช้าๆราวกับเศษขยะที่เคลื่อนไปด้วยความแรงของลมจากแอร์ มันแผ่วเบา มันเยื้องย่าง มัน....คือ...
 
จิ้งจก...ครับ ไอตัวเชี่ยนั้นมันคือจิ้งจก
 
ครับความเชี่ยของจิ้งจกคือการทำลายความสุขในการดูบางจะเกร็งของผมครับ...ระหว่างพิมพ์ไป ผมก็ชำเลืองมองมันตลอด โอ๊ย เครียดดดดด...
 
มันเปลี่ยนจากความสุข ไปเป็นความกังวล และมันก็เปลี่ยนจากความฮา เป็นความเครียด....มัน...มันคือความเชี่ยของจิ้งจก...
 
มันหนีไปโต๊ะทำงาน มันมุดไปหลัง sub woofer ผมลาก sub ออกมา มันหนีไปหลบหลังถังขยะ ผมดึงถังขยะจะครอบมัน มันหนีไปไต่ผ้าม่าน ผมสะบัด มันหนีไปที่ด้านหลังลิ้นชัก...
ลิ้นชักที่ผมใส่สากเบือกยันเรือรบ...ชิบหอยละ...แล้วถ้ามันเข้าลิ้นชักแล้วหาทางออกไม่เจอหละ...ถ้ามันตายในนั้น...อี๋...แหยะ
 
ผมมีความหลังไม่ค่อยดีกับจิ้งจกเท่าไหร่ หลังจากเคยเปิด microwave โดยไม่รู้ว่ามันแอบหนีเข้าไป มันดิ้นทุรนทุลาย ผมยืนกลัว ตัวสั่น ดูมันดิ้นในตู้ ก่อนปิดเครื่องเปิดฝา แล้วเห็นมันท้องแตกไส้ไหลคาตา...แหยะ...ภาพมันช่างติดตา...อี๋ อยากลืมๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ
 
กลับมาที่จิ้งจกตัวนี้ต่อดีกว่า...เล่าถึงไหนแล้วเนี้ย...
 
อะ...ผมคิดว่ามันคงอยู่แถวลิ้นชักแหละ เลยกระแทกลิ้นชักอยู่หลายที อีกใจก็กลัวลิ้นชักจะทับมันตาย...มันก็โผล่มาแว้บไปแว้บมา แล้วมันก็หาย...
 
โอ๊ยยยย...ยิ่งพิมพ์ยิ่งเครียด ตอนนี้เริ่มปวดหัว ปวดท้อง กลัวมันจะมาหาตอนนอน ถ้าเผลอนอนอ้าปาก มันจะเข้าปากมั๊ย เชี่ยจิ้งจก...กูไปฆ่าพ่อมึงเรอะ...
 
สุดท้ายที่ขาดไม่ได้...กลอนจากใจถึงไอจิ้งจก...
 
สวัสดีตอนดึกไอจิ้งจก          ไอซกมกจิ้กจกรกโลกา
ใครเป็นคนอัญเชิญมึงให้มา    กลับไปหาป้ามึงไปเลยไป
 
เอาไปแค่นี้ละกัน..เครียดจัดแต่งไม่ออก ฮ่าๆๆ
July 19

priority

เวลาที่งานเยอะจนล้นมือ เราจำเป็นต้องจัด priority ในการทำงาน ใช่มั๊ยใช่ พี่น้องงงงงงง
คราวนี้อะไรหละสำคัญที่สุดอะไรหละสำคัญสุดท้าย ถึงขนาดไม่ทำก็ได้....
 
หลายคนคิดว่างานที่สำคัญที่สุดคืองานที่ทำเงินได้มากที่สุด...คำตอบคือ ไม่ใช่
หลายคนคิดว่างานที่สำคัญที่สุดคืองานที่คนอื่นต้องทำต่อ...คำตอบคือ ไม่ใช่
หลายคนคิดว่างานที่สำคัญที่สุดคืองานที่เจ้านายคุณสั่ง...คำตอบคือ ไม่ใช่
หลายคนคิดว่างานที่สำคัญที่สุดคืองานที่ทำให้คุณก้าวหน้ามีผลงาน...คำตอบคือ ไม่ใช่อีนั้นแหละ
 
บางคนตอบได้ใกล้เคียงมาก...งานที่สำคัญที่สุดของใครหลายๆคนคือ งานที่คุณกำลังโดนนายด่า...ฮ่าๆๆ
นั้นเพราะแปลว่า นายคุณเดือดร้อน ต้องได้งานนั้น ทันทีหรือเร็วที่สุด...
 
แต่อย่างที่บอกครับ มันแค่ใกล้เคียง แต่ ไม่ใช่
 
คราวนี้ งานที่สำคัญ ต้องทำก่อน priority 1 super extremely very urgent indeed คือ...งานที่นายของนายของนายของนายคุณโดนด่า
เพราะนั้นคือนายคุณกำลังโดน นายของนายคุณด่า เนื่องจากนายของนายคุณ ก็โดนนายของนายของนายคุณด่ามาอีกต่อ
เพราะความเป็นจริงแล้ว นายของนายของนายของนายคุณกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างที่นายของนายของนายของคุณทำไว้...
 
คราวนี้รู้แล้วใช่มั๊ยครับ...ว่าอะไรที่คุณควรทำก่อน อะไรเรียกว่า priority
 
priority มักจากมาตรงข้ามกับคำว่า possible ตอนต่อไปจะเขียนเรื่อง possible นะครับ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ....
June 17

Happy Birthday

 

พราว - เธอคือความฝัน (ประกอบภาพยนตร์).mp3 -
 
ไม่ใช่วันเกิดผมหรือวันเกิดใคร แค่พึ่งดู Happy Birthday จบอีกรอบ...
 
ตอนดูในโรงอารมณ์มันไม่พีคขนาดนี้ คือมันปริ่มๆละ แต่ไม่สุด คราวนี้ดูที่บ้านคนเดียว เก็บมันทุกรายละเอียดเลย...
ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดีที่ผมชอบเรื่องนึงนะ ไม่เริ่มเรื่องด้วยภาพสวยๆ จากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะปางอุ๋ง ที่ที่ผมก็เคยไปครั้งนึงและชอบมาก
สิ่งที่ชัดเจนมากคือความฮาร์ดคอร์ของอารมณ์...จากภาพสวยๆ ความรักน่ารักๆ กระฉากเป็นความตกใจ ความเสียใจ ความสับสน ภาพในเวลาเสี้ยววินาที
มันคืออุบัติเหตุที่เปลี่ยนทุกอย่างในชีวิต ไม่ต่างกับความจริง แค่เสี้ยววินาทีชีวิตของคนก็เปลี่ยนได้ทันที
 
ความจริงแล้วเรื่องนี้มันไม่ได้พูดถึงแค่ความรักที่มั่นคงของผู้ชายคนนึง แต่มันพูดถึงสังคม ผมหมายถึงความคิดของคนในสังคมที่มองเรื่องถูกเป็นผิด เรื่องผิดเป็นถูกเพียงเพราะเอาความรู้สึก ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่มากตัดสิน...
 
ในขณะที่คนคนนึงรักษาสัญญา และคนคนนั้นแค่ทำในสิ่งที่เรียกว่าความถูกต้อง สังคมกลับมองว่าบ้า...ไม่มีใครเค้าทำกัน ทั้งที่ดูแลกันรักกันเป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้องว่าเป้นสิ่งที่ดี
 
ถ้าคนเราไม่ดูแลกันจนตายจากกันไป จะเรียกว่ารักกันได้อย่างไร...ถ้าคนเราไม่รักษาสัญญา จะสัญญากันไปทำไม
 
ผมชอบตอนที่พระเอกถามพ่อว่า "ทำไมถึงยังรักแม่อยู่" ...อืม ทำไมคนเราถึงรักกันอยู่ แม้จากกันไป ไม่มีวันกลับมาก็ตาม...
พ่อเค้าบ้ารึปล่าว ที่รักคนที่ตายแล้ว สังคมตอบว่าไม่ แต่ทำไมพระเอกรักคนที่ตายทางการแพทย์ แต่ไม่ตายทางร่างกาย สังคมกลับบอกว่าผิด???
 
อีกตอนที่ชอบคือ ตอนที่พระเอกเขย่าเตียงแล้วถามนางเอกว่าตัวเค้าองดีพอรึยัง...มันแสดงถึงความฮาร์ดคอร์ในอารมณ์ได้ดีจริงๆ
 
สุดท้ายนี้เรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า ตราบใดที่สัญญาต้องเป็นสัญญา สังคมก็ยังเป็นสังคม...
May 27

angels and demons : มึงจะสปอล์ยหาพ่องหรอ

วันก่อนดูหนังเรื่อง angels and demons ดูอยู่ดีๆก็เกิดเหตุการณืประหลาด ไม่เคยเจอมาก่อนในการดูหนัง....นั้นคือฟิล์มไหม้ มันเริ่มจะเสียงเพี้ยน แล้วฟิล์มก็ฉีกขาดไป ภาพมันดูเหมือนคดีฆาตกรรมมากเลยอะ...หลอนดี แต่ถึงมันจะแปลกแค่ไหนแต่มันไม่ใช่ธีมของเรื่องนี้...
 
เรื่องมันมีอยู่ว่าระหว่างรอเปลี่ยนฟิล์มนั้น ผมควรจะไม่ได้ดูหนัง หนังไม่ควรจะฉายต่อ ผมไม่ควรรู้ฉากต่อไป ที่สำคัญผมไม่ควรรู้ฉากสำคัญที่ยังไม่ฉาย แต่...ผมรู้
 
เพราะอีเจ๊หน้าบรรณารักษ์มันให้ความกรุณา บรรยายซะเกือบจบเรื่อง....คือผมก็ไม่ถึงขนาดมารยาทงาม ในโรงหนังคุยได้นะ แต่พองามดีมะ อย่าได้แบ่งบันความรู้กันในโรงหนังเลย
ผมรู้นะ เข้าใจนะว่า อ่านมาแล้ว ท่าทางจะชอบเรื่องนี้ด้วย แต่การจะเล่าในลูกชายสุดรักมึงฟัง มึงจำเป็นต้องเล่าในโรงหนังมั๊ย มันจำเป็นต้องให้คนข้างมึงรับรู้มั๊ย มันจำเป็นมั๊ยต้องให้กู คนที่นั่งห่างจากมึง 2 ที่ ต้องรับรู้ว่าใครคนดี ใครคนร้าย ใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่....
 
ความจริงเริ่มรำคาญตั้งแต่หนังยังไม่ฉายแล้วเพราะมันพูดเสียงดัง...แต่เอาวะ มันคงแค่พูดเสียงดังแหละ หารู้มั๊ยด้วยความไว้ใจในมารยาทที่พึ่งมี มันกลับมาทำร้ายกัน ไอเจ๊บรรณารักษ์
 
คำที่ได้ยินทั้งเรื่องคือ "เดี๋ยวดูนะ มันจะ..."
 
เอิ่มเจ๊บรรณารักษ์ครับ เดี๋ยวมันจะเป็นห่า เป็นเหว โปรเฟสเซอร์แลงดอนจะติดเอดสื ตายห่า ตกนรก ขึ้นสวรรค์ ก็ให้กูรู้เองเหอะ....ให้กูได้เห็นด้วยตา อย่าในประสาทสัมผัสหูทำงานก่อนประสาทสัมผัสตาเลย กูอยากดูหนัง....
 
มึงจะสปอล์ย ก็สปอล์ยก่อนเข้าโรงได้มะ เอาแบบล่วงหน้าซักนิดนึง ไม่ใช่มึงสปอล์ย 2 วินาทีก่อนเหตุการณ์จริง... คือเจ๊เหมือนผู้หยั่งรู้อนาคตเลย พูดปุ๊บอีก 2 วิมันเกิดขึ้นจริง...
 
ในใจอยากพูดกลับไปเหลือเกิน อยากกระซิบดังใส่หน้ามันและครอบครัวว่า..."เดี๋ยวดูนะ มึงจะโดนกูตบกบาลยกครัว"
 
ถึงอยากแค่ไหน ก็พูดได้แค่ในใจ ด้วยมารยาทที่พอจะมี...ทำได้แค่พยายามโฟกัสกับหนังไม่สนใจเสียงเจ๊บรรณารักษ์ ทำได้แค่นี้จริงๆ
สุดท้ายขอมอบกลอน ส่งเจ๊และครอบครัวกลับไปสิงห้องสมุด อย่าได้โผล่มาหลอกหลอนคนโรงหนังอีกเลย...
 
โธ่ไอเจ๊หน้าแก่บรรณารักษ์      ไม่รู้จักมารยาทในสังคม
มึงรู้ไหมพูดพล่ามไม่เหมาะสม   มีแต่ลมใช่ไหมในกบาล
อยากจะตบหัวเจ๊ให้หัดอ่าน       เรื่องเกี่ยวการวางตัวในโรงหนัง
ประพฤติตัวให้ดีคนไม่ชัง          ไอหน้างั่งอย่าทำแบบนี้เลย....