thanut's profileGallery Kon BaPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 17

    my first day at nestle

    วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มงาน อย่างแรกที่ต้องบอกก่อนเลยคือ ออฟฟิศสวย สดใส อยู่ชั้น 40 ต้องบอกว่ารู้สึกดีที่ได้ทำงานที่สูง ฮ่าๆๆ วันแรกยังไม่ได้ทำอะไรมาก ก็แค่ overview กับแผนกต่างๆ ก็สนุกดี วันนี้กินอยู่อย่างประหยัด 40 บาทก็ได้ข้าวม้อนึงที่ central world แล้ว เจ๋งมะ ฮ่าๆๆ
    March 16

    Goodbye Mail

    From:   Jiratangmancharoen, Thanut [CONTH] 
    Sent:   Friday, March 14, 2008 4:01 PM
    Subject:        good bye (อย่าพึ่งอ่านจนกว่าจะ 5 โมงนะครับ)

    ผมพยายามที่จะเขียน mail เป็นภาษาอังกฤษ อย่างที่ใครๆเค้าทำกัน แต่ผมทำไม่ได้ ผมเขียนมันออกมาแล้วไม่ได้อารมณ์ในสิ่งที่ผมจะบอก...

    ก่อนอื่นผมต้องบอกไว้ก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ mail นี้ เพราะบางคนก็คงไม่ได้อยากอ่าน mail นี้ ส่วนคนที่ได้รับ ก็คือคนที่ผมอยากให้อ่าน สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อที่นี่ละมีต่อคนที่นี่...

    แม้มันไม่สามารถสื่อความรู้สึกได้ทั้งหมด แต่...ผมก็เชื่อว่าคนที่ได้อ่าน คงเข้าใจว่าผมอยากจะบอกอะไรในวันสุดท้ายนี้...

    ครับ...วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะทำงานที่จอห์นสัน ผมพยายามจะเขียน mail ฉบับนี้เพื่อบอกความรู้สึกทั้งหมดที่รู้สึกที่รู้สึกต่อคนในนี้ แต่ผมก็คงเขียนมันออกมาไม่ได้ทั้งหมด

    เพื่อเพิ่มความซึ้งในการอ่าน กรุณาเปิดเพลงตาม link นี้ไปด้วย...
    http://www.365jukebox.com/script/play.cgi?songid=1790

    ขอบคุณครับที่เปิดเพลงคลอไปด้วย....มันอาจจะช่วยให้ mail ฉบับนี้ซึ้งขึ้นมาบ้าง...

    ไม่รู้ว่ารู้สึกเหมือนผมกันมั๊ย...ผมรู้สึกว่าเวลาที่นี่ผ่านไปเร็วมาก 1 ปี 7 เดือน 14 วัน เป็นเวลาที่ผมทำงานอยู่ที่นี่ จนถึงวันนี้ที่เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะนั่งทำงานที่นี่ เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะนั่งเฮฮาที่นี่ และมันก็เป็นวันสุดท้ายจริงๆที่จะเป็นคนในครอบครัว J&J

    มองย้อยกลับไป ผมผ่านอะไรมาเยอะพอสมควรเลย เยอะมากกว่าเวลาที่บอกบนปฏิทินว่า 1 ปี 7 เดือน 14 วัน

    ทุกคนที่นี่อยู่กันเหมือนครอบครัว...ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น รู้สึกสนุกและรู้สึกรักที่นี่นะ...แต่ชีวิตคนเรามันไม่ใช่แค่ทำงานอย่างมีความสุข ผมมีพ่อแม่ ที่ต้องดูแลและนั้นคือเหตุผลที่วันนี้ผมต้องเปลี่ยนเส้นทาง เดินออกจากที่นี่ แม้จะยังรักและรู้สึกดีกับที่นี่ กับคนที่นี่ก็ตาม

    จบจากวันนี้ไป ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป ผมคงไม่ได้เล่นตลกแบบที่เคยทำทุกวัน ผมคงไม่ได้กวนใครแบบที่เคยทุกวัน ผมคงไม่ได้รวมพลไปกินข้าวแบบที่เคยทำทุกวัน อันนี้รวมไปถึงผมคงไม่ได้กินของดีๆจากเจ๊อีกต่อไป...

    เสียดายที่โอกาสในชีวิตผม ไม่เอื้อให้ผมได้อยู่ที่นี่นานกว่านี้ สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดคือ เพื่อนร่วมงานที่นี่ดีทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใน Supply, Production, Sourcing, NPD, TA, QA, W/H และส่วนอื่นๆที่ผมเคยทำงานด้วยแต่ไม่ได้พูดถึง ณ ที่นี้

    culture ที่นี่คือ งานคืองาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ต่างหาก นั้นทำให้ผมกล้าที่จะพูด กล้าที่จะทำงาน โดยไม่ต้องคิดว่าใครจะเข้าใจอะไรเราผิด เพราะมันคืองาน สิ่งนี้ทำให้คนที่นี่เป็นทั้งเพือ่นร่วมงานและเป็นเพื่อนผมด้วย...

    ผมคงไม่มีทางพูดความรู้สึกได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยผมก็ขอขอบคุณ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา...

    ขอบคุณคำแนะนำ สั่งสอน...เพื่อให้ผมได้พัฒนาตัวเองต่อไป...
    ขอบคุณคำคำชม...นั้นคือกำลังใจให้ผมทำงานต่อไป
    ขอบคุณความช่วยเหลือ...ทำให้เราผ่านเรื่องราวต่างๆมากด้วยกัน
    ขอบคุณความรู้สึกดีๆ...มันคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเป็นเพื่อนกัน

    คำขอบคุณเรื่องสุดท้าย คือขอบคุณโอกาสที่ทำให้ผมได้เป็นคนจอห์นสัน แม้จะต้องมีวันที่จากลาเช่นวันนี้...แต่มันก็ยังดีที่ผมเคยมีโอกาสเป็นคนจอห์นสัน...ได้เจอคนแบบจอห์นสัน...และเข้าใจในความเป็นจอห์นสัน

    เวลาก็ยังคงเดินต่อไป อีกไม่นาน ก็จะหมดเวลาทำงานของวันนี้ ย้ำอีกทีว่าวันสุดท้ายแล้ว...และผมก็จะกลายเป็นอดีตพนักงานจอห์นสัน...

    สุดท้ายนี้...เหลือสิ่งที่อยากจะพูดสิ่งเดียวว่า....ขอบคุณครับ :)

    ps หลายคนที่ผมไม่ได้ไปลาด้วยตัวเอง ผมก็ขอลาผ่าน mail นี้เลยนะครับ
    pss ขอบคุณสำหรับคนที่กำลังจะส่ง mail กลับมานะครับ แต่ผมไม่มีคอมให้อ่านแล้ว ถ้าใครส่งมามันจะ forward ต่อไปคนอื่น ดังนั้นโทรมาหาเอานะครับ

    Jai
    mobile: 081-826-3886
    msn:    noalcohol@hotmail.com

    March 15

    my last day at jnj

    วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ทำงานที่จอห์สัน รู้สึกหวิวๆยังไงไม่รู้ หลังจากส่ง good bye mail ออกไป พยายามแล้วที่จะไม่อ่านคนที่ตอบกลับมา...แต่มันก็ห้ามใจไม่ได้จริงๆ ก็ต้องขอบคุณทุกข้อความที่ตอบกลับมานะครับ ใครจะรู้บ้างว่าผมเริ่มเขียน mail นั้นตอน 5 ทุ่มเขียนเสร็จตอนเกือบตี 2 เขียนลบ เขียนลบอยู่หลายรอบ...ดีใจที่มีหลายๆคนบอกว่าซึ้ง (อ่านแล้วน้ำตาไหล...อันนี้ไม่รู้จริงป่าว ฮ่าๆๆ)
     
    นอกจาก mail ที่ตอบกลับมาแล้ว ขอขอบคุณทุกคนที่พาไปเลี้ยงนะครับ ประทับใจมากๆ ทุกคนที่มอบของขวัญให้ผมก็เช่นกันครับ ขอบคุณมากๆครับ
     
    ย้ำอีกครั้งว่ายังเสียดาย จริงๆต้องใช้คำว่ายิ่งเสียดาย ที่ทุกคนทำดีกับผมในวันสุดท้ายของการทำงาน...แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไปครับ...ผมโชคดีที่ได้โอกาสเป็นคนในครอบครัวจอห์นสัน แม้วันนี้ผมจะออกไปเดินเส้นทางใหม่ แต่จะเก็บความรู้สึกดีๆไว้ตลอดไปครับ...
     
    วันนี้ยังคงเหมือนเดิม คืองานยุ่ง ประชุมเยอะ วันสุดท้ายแล้ว ผมยังคงทำงานจนถึงทุ่มครึ่ง ฮ่าๆๆ คนนึกว่าผมขยันกันหมดแล้วเนี้ย ฮ่าๆๆ นอกจากทำงานจนถึง ทุ่มครึ่งแล้ว ยังต้องหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอีกหน่อยนึงด้วย เค้าน่าจะมีพนักงานดีเด่นให้ผมบ้างนะ
     
    จบจากการทำงานวันสุดท้ายนี้...ผมควรจะไปสอบดำน้ำแหละ แต่ผมกะว่ารอพี่ ant ไปสอบพร้อมกันน่าจะดีกว่า จริงๆก็อยากพักหน่อยนึงก่อนไปทำงานที่เนสเล่ด้วย...
     
    วันนี้ผมเลยไม่ต้องไปพัทยา แต่ไปดูหนังที่ paragon แทน...ทำไมต้อง paragon ใช่แล้ว เพราะ pop corn ที่นี่อร่อยที่สุดในโลก วันนี้ดูหนังเรื่อง the mist มันมาก ขอบอก ขอบอก (ทำเสียงเหน่อๆหน่อย)
    ดูหนังแล้วนึกถึงเรื่องการเมืองมากๆ เหมือนกันโคตร งมงามด้วยความกลัว คนเราไม่มีจุดยืนก็คงเป็นแบบในหนังแหละ โดนชักจูงง่ายเมื่อจิตใจมีความกลัว เอาเหอะ เปลี่ยนเรื่องเดี๋ยวจะยาว...
     
    ที่เจ๋งสุดขอหนังรอบนี้ผมขอยกให้ฝรั่งแถวหลังผมเลย เจ๋งมาก อินมาก มันด่าอีตัวร้ายทั้งเรื่อง มันตบมือทุกครั้งที่อีตัวร้ายโดนตบ โดนขว้าง และตบอย่างสะใจตอนโดนยิงทิ้ง ฮ่าๆๆ เสียงตบมือคือกำลังใจ เอ้ย...เสียตบมือคือการบิ้วอารมณ์ได้ดีทีเดียว...อย่าน้อยก็ทำให้ผมดูไปด่าอีตัวร้ายไปได้ทั้งเรือ่งเหมือนกัน ฮ่าๆๆ
     
    บทสรุปเรื่องนี้ ผมชอบ ชอบ ชอบมาก...หนังมันแนวมากๆ โดนเฉพาะตอนจบ อะไรจะใจร้าย ทำร้ายจิตใจกันได้ขนาดนี้...ไม่ได้ดูหนังแล้วต้องพูดถึงมานานแล้วนะเนี้ย ฮ่าๆๆ
    March 09

    ที่ที่เวลาไม่เดินถอยหลังอีกต่อไป...

    ผมเคยเขียนเรื่องราว เกี่ยวกับที่ที่เวลามันถอยหลัง วันนี้ผมอยู่ที่เดิม นั่งที่เดิม แต่เวลามันไม่ถอยหลังอีกต่อไปแล้ว...คุณเชื่อมั๊ยว่าชีวิตคนเรามีสิ่งที่คาดฝันเสมอ ใครจะคิดว่าลิเวอร์พูลจะแพ้บาร์นสลีย์ และใครจะคิดว่าแมนยูจะแพ้พอร์ตสมัทในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยการที่ต้องใช้ริโอ เฟอร์ดินานด์เป็นโกล...(พูดแล้วก็เซง)
     
    ผมรู้สึกว่าเวลาผมเดินถอยหลังมานานแล้ว แล้ววันนึงผมก็เริ่มมีความรู้สึกที่ไม่มีมานาน ความรู้สึกว่าเวลากลับมาเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง...
     
    ตลอดช่วงชีวิตที่เวลาของผมเดินถอยหลัง ผมให้เวลากับตัวเองเพื่อค้นหาความหมาย ผมให้โอกาสตัวเวลาที่จะทดลองพิสูจน์ความหมาย ตลอดเวลาที่ผมค้นหาและทดลองสิ่งนั้น มันไม่เคยทำให้เวลาชีวิตผมเดินไปข้างหน้าได้เลย มันมีแต่จะยิ่งทำให้เวลาของผมถอยไปมากขึ้น...มากขึ้น และมากขึ้น
     
    จนผมเลิกค้นหาและพิสูจน์ความหมายใดๆ...ผมให้คำตอบกับชีวิตที่ไม่ต่างกับคำปลอบใจในชีวิต...ในเมื่อเวลาถอยหลังก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตผมถอยหลังไปด้วย ผมตอบและปลอบใจตัวเองโดยการจะยอมรับในความรู้สึกของเวลาที่ถอยหลัง เพียงแค่ชีวิตก็ดำเนินต่อไป
     
    ก็อย่าที่บอกมาในตอนแรกว่าชีวิตคนเรามันก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ...จนวันที่ผมไม่คาดและไม่หวังอะไรแล้ว มันก็มีอะไรที่เข้ามา ทำให้ผมเห็น ทำให้ผมรู้สึก...และวันเวลาของผมก็เริ่มเดินไปข้างหน้า...อีกครั้ง
     
    ผมไม่รู้ว่าเวลามันจะเดินไปอีกนานแค่ไหน ผมไม่รู้ว่าอะไรจะทำให้มันหยุดเดินหรือเดินย้อนกลับหลังอีกครั้ง...แต่ตอนนี้ผมอยากทำให้มันเดินตลอดไป...หวังว่าผมคงไม่ต้องเสียใจ ที่นั่งลงตรงที่เดิมเพื่อมองเห็นเข็มนาฬิกาเดินสวนทางกับความรู้สึกอีกครั้ง...
    March 02

    diving

    ดำน้ำแม่งยากว่าที่คิด...แต่ข้อดีมันก็คือมันสนุกกว่าที่คิด หวังว่าดำน้ำคงทำให้เราได้ไปเที่ยวบ่อยขึ้น ได้ถ่ายรูปมากขึ้น...และสุขภาพดีขึ้น (เพราะต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ) ผลพลอยได้เยอะ ฮ่าๆๆ