thanut's profileGallery Kon BaPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 22

    เหตุผลที่เราไม่ได้เจอกัน

    คงเป็นเพราะโลกมันกว้างไป....
    December 21

    เพลงรัก-รูปเศร้า

    จริงๆแล้ว ผมยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้นะ แต่ฟังเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ไปซักร้อยรอบได้แล้ว...เพลงนี้มีหลายๆประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกดีนะ รู้สึกว่าคิดได้ไง ยิ่งได้อ่านเนื้อเพลงก็ยิ่งเข้าใจนะ ฟังอีกร้อยรอบก็คงยังดีอยู่ ฮ่าๆๆ
     
    กันและกัน
     
    "ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
    มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป

    อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้
    แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย

    เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
    มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน

    แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
    เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน

    ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
    อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี
    ว่า
    ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง
    คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

    มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
    และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย

    แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
    ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ

    ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
    อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี
    ว่า ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง
    คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

    มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน
    มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน"
     
    ผมไม่เคยคิดจะแต่งเพลงรักนะ แต่ผมเชื่อนะว่า แม้ผมจะมีความรักผมก็เขียนไม่ได้ ฮ่าๆๆ ถึงผมจะไม่มีวันเขียนเพลงรักได้ แต่ผมก็เชื่อว่าซักวันผมจะถ่ายรูปที่เศร้าอย่างที่ผมต้องการได้ แค่วันนี้ผมยังอาจเศร้าไม่พอที่จะถ่ายทอดมันออกมา...
    December 11

    นิทานหิ่งเหี้ย

    ผมอยากถ่ายรูปที่ทำให้รู้สึกเศร้าที่สุดในชีวิตสักรูป ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่ถือกล้อง ต้องหามุมที่เศร้าเพื่อถ่ายรูป เพื่อให้เห็นถึงความเศร้า เพราะผมมีความคิดว่าความเศร้ามันเป็นความรู้สึกที่แนวมาก...
     
    ความเศร้า...มันทำให้รูปที่ไม่มีคำบรรยาย แต่คนร้องไห้ได้
    ความเศร้า...มันทำให้เพลงที่ไม่มีภาพประกอบ แต่คนร้องไห้ได้
    ความเศร้า...มันทำให้เวลาหมุนไป แต่จิตใจอยู่ที่เดิม
     
    ความเศร้าไม่ใช่ความเสียใจ ผมเศร้านะ แต่ผมต้องไม่เสียใจ ไม่รู้สิ...ผมรู้สึกดีที่ผมมีความเศร้าคอยอยู่กับผมตลอดเวลา...เพราะบางทีคิดถึงเรื่องเศร้ามันก็ยิ้มได้ทั้งที่มีน้ำตา
     
    ps ชื่อเรื่องไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องเลย...
    December 07

    เสียงเพลงปีใหม่...

    วันนี้ที่ทำงานผมมีต้นส้นพลาสติกยืนต้อนรับคนเข้าบริษัทอยู่ข้างบันได ตกแต่งด้วยดวงไฟและกล่องของขวัญ ถึงแม้มันจะเป็นพลาสติก มันก็ช่วยสร้างบรรยากาศคริสมาสได้ระดับนึงเลย ดวงไฟกระพริบที่ตกแต่งอยู่มีเสียงเพลง มันเป็นเสียงเพลงที่เปิดในช่วงคริสมาส เปิดวนไปวนมา ผมเดินผ่านแล้วกลับรู้สึกเหงายังไงไม่รู้...แปลกดี
     
    เพราะเทศกาลคริสมาส-ปีใหม่ หรือเพราะอากาศในฤดูหนาว ผมถึงรู้สึกแบบนี้...
     
    บางครั้งก็นั่งคนเดียวคิดเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา คิดเรื่องราวที่เข้าไปในชีวิตใครต่อใคร...
     
    แม้ผมจะจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ แต่ผมยังคงมีความทรงจำเรื่องราวนั้นๆอยู่ ผมว่าความทรงจำมีคุณค่ากว่าความจำเยอะนะ ความทรงจำดีๆ มีความสุขกว่าความจำดีแน่นอน ฮ่าๆๆ
     
    ฤดูหนาว-คริสมาส-ปีใหม่-เสียงเพลง หลายอย่างรวมๆกัน คงทำให้ใครหลายๆคนมีความสุขได้ ผมก็อยากมีความสุขแบบนั้นบ้างนะ...เมื่อไรจะมีความทรงจำดีๆในช่วงปีใหม่กะเค้าซะที -"-
     
    ps ผมฟังเพลงแล้วมักจะมีความทรงจำดีๆกับเพลงนั้นเสมอนะ มีใครเป็นเหมือนผมบ้างเนี้ย???
     
     
    December 05

    กวางโจว ทริป: ไอเจ๊หัวฟู กูอยากตบกบาลมึงให้ฟีบจริงๆ

    วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกา ผมได้โอกาสไปเที่ยวเมืองจีน เมืองกวางโจว (อีกนามว่ากวางเจา) ขับรถเส้นทางเดียวกับทางไปทำงาน มุ่งหน้าสู่วุวรรณภูมิ เครื่องออก 11.20 แต่กว่าจะได้เข้าไปก็ 10.40 เลยไม่มีเวลาดู duty free อะไรเลย เครื่องบินลำเล็กมาก เครื่องบินไปทัวร์ก็แบบนี้แหละ ลำโคตรเล็ก...นั่งแล้วปวดหู ผมสงสัยมากว่าทำไมคนคิดว่าหมากฝรั่งช่วยให้หือไม่อู้...เอ้ย หูไม่อื้อ ผมเคี้ยวแม่งหมดซองเลย หูก็ยังอื้อ ฮ่าๆๆ
     
    เคยสงสัยมะว่าทำไมเครื่องบินครึ่งต้องให้เปิดหน้าต่าง??? จะให้แอร์ช่วยดูหรอ งั้นก็ให้เปิดตลอดดิ เพราะตอนบินอยู่แอร์ก็ควรช่วยดู หรือมันช่วยให้การบินขึ้นลง??? ใครรู้บ้าง บอกที
     
    เครื่องบินบินขึ้น....กัปตันบอกว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชม ครึ่งก็จะไปถึง นั่งเซงมาก เพราะเครื่องบินไม่มีอะไรให้เล่นเลย นั่งมองเมฆ เมฆมันแปลก มีเป็นช่วงๆ ช่วงไหนมีก็มีเยอะมาก เรียงเป็นแถว เป็นระเบียบ ช่วงไหนไม่มีก็ไม่มีเลยโล่ง คนข้างล่างคงร้อนตายไม่มีเมฆช่วยบัง
     
    pepsi บนเครื่องบินมันหวาน และไม่ซ่า คงเป็นเพราะมันไม่ได้แช่เย็น...แต่ pepsi ก็เป็นอะไรที่อร่อยอยู่ดี ฮ่าๆๆ
     
    มองผ่านหน้าต่างอีกครั้ง ผมว่าผมอยู่ส่วนไหนซักแห่งในจีนนะ เพราะภูเขาที่นี่ไม่เหมือนที่ไทย ที่ไทยจะเป็นลูกเดี่ยวๆ ไม่ค่อยมีร่อง มองจากมุมบนไม่เห็นลวดลาย แต่ภูเขาที่จีนแนวกว่า เป็นร่อง เป็นเส้น มีลวด มีลาย บอกไม่ถูกหวะ เอาเป็นว่าแนวกว่าเยอะ มองภูเขาไม่นาน กัปตันก็บอกว่าเครื่องกำลังลงจอด ผมเอาหมากฝรั่งเข้าปาก และมันก็ไม่ช่วยผมเหมือนเดิม...
     
    ลงจอดเรียบร้อย มองไปสนามบิน baiyun ผมว่ามันคล้ายๆสุวรรณภูมินั้นแหละ แต่ผมว่าเค้าลอกเรานะ แม้ของเค้าจะสร้างเสร็จก่อน แต่โครงการเรามีมาตั้งหลายสิบปีแล้ว...เค้าลอกเราชัวร์ ผมมั่นใจ...ฮ่าๆๆๆ
     
    ระหว่างนั่งรถเข้าเมือง สังเกตเห็นว่าเกือบทุกบ้านปลูกหญ้าไว้บนหลังคาบ้าน ไม่รู้ทำไม อาจช่วยเรื่องลดความร้อนได้มั้ง แต่ผมว่ามันแนวดี ผมชอบนะ เมืองไทยไม่มีใครทำ แต่แนวแค่ไหนให้บ้านผมปลูกหญ้าบนหลัง ผมคงไม่เอา ฮ่าๆๆ
     
    วันแรกไม่มีอะไรมา กินแล้วก็ไปล่องเรือตอนเย็น ไม่รู้ล่องทำไม ไม่มีอะไรสวย ครึ่งชั่วโมงก็นานเกินพอ รู้สึกได้ว่าไร้สาระมาก รีบลงเรือไปเดินถนนปักกิ่งดีกว่า...แต่กว่าจะไปถึงก็ดึกพอควร ร้านต่างๆก็เริ่มปิดแล้ว เลยไม่ได้ซื้ออะไร และก็ไม่ได้เห็นชีวิตของคนที่นี่เลย พอขึ้นรถกำลังจะกลับโรงแรม ไกด์ก็ถามว่ารู้มั๊ยทำไมถนนนี้ชื่อถนนปักกิ่ง ผมหันหน้ามาหาไกด์ด้วยความสนใจ ไกล์ถามต่อว่าใครเคยไปปักกิ่งมาแล้วบ้าง เจ๊คนนึงยกมือ เจ๊คนนี้ยกมือทุกคำถามที่ไกด์ถาม สงสัยคงกลัวคนไม่รู้ว่าเคยมา...เจ๊คนนี้ทำผมฟูๆเหมือนพวกคุณนายไร้รสนิยมชอบทำ ผมสีม่วงด้วย ไม่รู้คิดได้ไง กลับมาเรื่องถนนปักกิ่งต่อดีกว่า...เจ๊ยกมือแล้วพูกบ้าอะไรไม่รู้ เออออกับไกด์ 2 คน สรุปสิ่งที่ผมควรรู้เลยไม่รู้ ที่ที่ผมไม่อยากรู้ดันรู้จากความขี้โม้ของเจ๊หัวฟู
     
    วันต่อมาได้มีโอกาสไปไหว้องค์กวนอิมทองคำ เลยได้รู้ว่าเจ๊หัวฟูคนนี้ ที่คนในกลุ่มเค้าเรียกอาจารย์ คืออาจารย์นำสวดมนต์ ขอโทษนะ ไม่ได้ว่าอะไร....แต่อาจารย์นำสวดเนี้ยนะ!!! นัดเวลามาเจอกันข้างหน้า 15.45 เกือบทุกคนมาพร้อมกันเวลาประมาณนั้นเพื่อเตรียมตัวไปตลาดเครื่องหนังต่อ แต่...แต่...แต่...กลุ่มเจ๊หัวฟูกลับมาช้า ผมก็หงุดหงิดว่าทำหอกไรกันวะมาช้า ไม่เกรงใจคนอื่น...ผมลงรถไปดูมันยังถ่ายรูปเล่นกันอยู่เลย รวมเลทไป 45 นาที เจ๊บอกอย่างภูมิใจว่าไปสวดมนต์มา...ไอห่า นี่มันไม่ใช่ทริปสวดมนต์นะเว่ย มึงอยากสวดมึงมาเองเว่ย นี่ทริปท่องเที่ยว สัด...ถ้ามึงอยากสวดมึงบอกก่อนสิโว้ย คนอื่นจะได้ไม่ต้องมานั่งรอเฉยๆ 45 นาทีแล้วต้องเปลี่ยนโปรแกรมอดไปตลอดเครื่องหนัง ทั้งๆที่ตั้งใจมาซื้อ ไอหอกเจ๊ฟู กูอยากตบให้หัวมึงฟีบจริงๆ
     
    เจ๊แม่งขี้โม้ไม่เลิก มันบอกว่ามันมีสัมผัสที่ 6 เกิดมาเพื่อทำบุญถวายกวนอิม ไอหอกกูไม่สนหรอกว่ามึงเป็นเทวดามาจากไหน กูรำคาญมึง กูอยากโดดถีบมึง เจ๊แม่งปากว่าตาขยิบ มันบอกว่าไม่อยากให้คนไหว้เจ้าโดยการฆ่าเป็ด ฆ่าไก่มาถวาย เห็นแล้วจะร้องไห้ ตอนเด็กๆต้องแอบไปปล่อยเป็ดไก่ที่ปู่ย่า ตายายซื้อมาเตรียมฆ่าเพื่อไหว้เจ้า ฟังแล้วแม่งน่าจิกหัวฟูๆมันโขกกับเขียงสับไก่จริงๆ ทีตอนกับข้าวมา แม่งรีบหนีบก่อนเลยนะ เป็ด ไก่ หมูหัน ปลา ห่าไรกินหมดไม่เกรงใจคนอื่น คนแบบนี้ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ
     
    วันสุดท้าย ไปดู under water world มีโชว์ปลาโลมา ก็โอเคนะ ปลาห่าไรเชื่องอย่างกับหมา เกิดมาเสียชาติปลา ฮ่าๆๆ
     
    ตอนจะขึ้นเครื่องมีเรื่องติดขัดนิดหน่อย คืออยากเอาเครื่องผลิต oxygen ของแม่ขึ้นเครื่อง แต่ที่สนามบินจีนไม่ให้เอาขึ้น พอจะไม่เอาขึ้น มันก็บอกว่ายังไงก็ไม่ให้ขึ้นเครื่องแล้ว กลัวเป็นอันตรายถ้าไม่มีเครื่อง oxygen ตกลงกันไม่ได้ เถียงกันอยู่นาน สุดท้ายพ่อกับแม่ต้องอยู่ต่ออีกวัน เพื่อรอเคลียร์เรื่อง ผมเลยนั่งเครื่องกลับมาโดนพ่อแม่ตามมาอีกวัน...กว่าผมจะได้ check in ก็เหลือเวลาแค่ 20 นาที วิ่งหน้าตั้งขึ้นเครื่องเลย duty free ก็ไม่ได้ดูอีกเช่นเดิม
     
    นั่งเครื่องกลับบ้าน เครื่องบินมันก็สั่นไปเรื่อย คิดตลอดถ้าเครื่องบินตกกูจะรอดมั๊ยเนี้ย...สุดท้ายเครื่องลงปลอดภัย ทรปนี้แปลกดีไม่มีของฝาก ไม่มีอะไรประทับใจ มีแต่อะไรแปลกๆ ฮ่าๆๆ
     
    ps คนจีนแม่งสกปรกโคตร มันอยากทิ้งตรงไหนก็ทิ้ง อยากถุยตรงไหนก็ถุย อีก 100 ปี ถนนบ้านมันก็ไม่สะอาด
    pss คนเราแม่ง เซ็นใบเข้าเมืองผิดที่ เสือกโทษรัฐบาลทักษิณจัดการไม่ดี...ไม่รู้จะเรียกคนแบบนี้ว่าไร ฮ่าๆๆ (คนเหล่านี้อยู่ในกลุ่มเจ๊ฟูนั้นแหละ ฮ่าๆๆ)
    psss แฟนผมมีปัญหา ถ่ายรูปแนวตั้งภาพโชว์เป็นแนวนอน ถ่ายรูปแนวนอนภาพโชว์เป็นแนวตั้ง...เครียดโคตร