thanut's profileGallery Kon BaPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 31

    new dorm

    วันนี้ย้ายหอ เหนื่อยจัง ยกของหนักมาก ไม่รู้มาก่อนเลยว่าขอในหอเยอะขนาดนี้...โชคดีที่มีพี่ ant (คนที่ผมจัด rank ให้ว่ากวนตีนสุดใน supply) และมีพี่ bird (คนที่ปล่อยมุขทุก 5 วินาที)
     
    ไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูว่าหอใหม่เป็นไง...
    October 27

    จตุมันแสดดดดดดดด....

    จตุครับแรกของผมเกิดขึ้นเมื่อตอนปี 2540 ตอนยังไม่รู้อะไรมาก จำความอะไรไม่ค่อยได้เพราะนั่งอยู่หลังเพลทแปรอักษรตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเปิดอะไร แต่ไม่รู้ว่าสวยรึป่าว แต่คนดูฝั่งตรงข้ามปรบมือให้ รู้สึกดีเหมือนกัน...ปีนั้นสวนกุหลาบไม่ได้แชมป์ แต่เชียร์ได้ใจผมมาก
     
    จตุครั้งที่ 2 ปี 2542ผมอยู่ ม.4 แล้ว เป็นจตุที่เจ็บและช้ำใจที่สุด ผมถึงกับทนดูไม่ได้ต้องเดินออกก่อนเกมจบ ผมเสียใจจนแทบร้องไห้ สกอร์ที่เราแพ้เทพศิรินทร์ สกอร์ที่อยากลืม แต่ไม่มีวันลืม ตื่นเช้ามาด้วยความเสียใจ และตกใจเมื่อเห็นว่า "ตึกยาว"ของเราโดนลบหลู่ด้วยการพ่นสีและคำหยาบคาย สนุกครั้งนั้นเหมือนเป็นไฟ หัวใจคนสวนกุหลาบแทบสลาย ฟุตบอลแพ้ โรงเรียนโดนหยามศักดิ์ศรี ปีนั้นตีกันกระจาย ใส่เสื้อนักเรียนไปเดินสยาม หรือตามที่เรียนพิเศษ มีโอกาสโดนกระทืบสูงมาก ความเจ็บแค้นทุกอย่างยังคงอยู่...และมันทำให้จตุอีก 2 ปีสำคัญกับนักเรียนสวนกุหลาบทุกคนมาก
     
    จตุครั้งที่ 3 จตุครั้งสุดท้ายในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบ มันสุดยอดทุกอย่าง เราเป็นแชมป์ร่วมกับคริสเตียน แม้เราไม่สามารถเป็นแชมป์เดี่ยวได้ในปีนั้น แต่เราก็ดีใจภูมิใจกับมัน ผมร้องไห้ ผมร้องแบบไม่อายใคร เพื่อนผมก็ร้องไห้ เพราะมันสำคัญกับเรามาก ผมกอดคอเพื่อน พี่ น้อง เรากอดคอกัน "บูมสวน" รวมสนามฟุตบอล มันเป็นบูมสวนที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้มีการนัดหมาย ผมตะโกนสุดเสียง ผมร้องแทบขาดใจ ผมร้องไห้ไป และในใจก็คิดว่า เราทำได้แล้ว เราล้างอายเมื่อ 2 ปีก่อนได้แล้ว ปีสุดท้ายในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบ ความรู้สึกผมมันยิ่งใหญ่มากเกินกว่าจะบรรยายออกมาจริงๆ จากบูมสวนคราวนั้น จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่าจบการแข่งขันเราจะลงมาบูมกัน ถึงแม้ครั้งต่อๆมามันจะเป็นบูมสวนที่ใหญ่กว่า แต่ก็ไม่มีครั้งไหนได้ใจผมเท่านั้นอีกแล้ว...ผมโคตรรักในความเป็นนักเรียนสวนกุหลาบเลย
     
    จตุครั้งที่ 4 ตอนนั้นผมอยู่ปี 2 ผมจำอะไรไม่ค่อยได้นะ รู้สึกมันไม่มีไฮไลต์อะไรเลย ผมรู้แค่ว่าผมชนะเทพศิรินทร์แต่สุดท้ายไม่ได้แชมป์ ยังไงซะก็โอเคเพราะชนะเทพศิรินทร์ได้ ย้ำอีกครั้งว่าเราเอาคืนเรื่องราวเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้แล้ว อย่างสมบูรณ์
     
    จตุครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 ผมอยู่ปี 4 แล้ว ไฮไลต์มันมีอยู่ว่าสวนกุหลาบเจอเทพศิรินทร์มันมีเรื่องกันถึงขนาดนักบอลสำรองของเทพโดดถีบนักบอลสวน และสตาฟท์โค้ชของเทพก็จะมาเอาเรื่องกรรมการที่แจกใบแดงไล่นักบอลออก เรื่องราวตามดูได้จาก blog ก่อนหน้านี้ มีภาพบรรยากาศเหตุการณือยู่เกือบครบ...สแตนด์สวนกุหลาบ มันคือนรกชัดๆ วันนั้นสวนกุหลาบชนะเทพ ด้วยลูกยิงสุดคลาสสิก...กด play ได้เลย  
    October 20

    จตุรมิตร

    ไม่มีอะไร แค่อยากอุ่นเครื่องก่อนจตุเปิดวันที่ 17 Nov ฮ่าๆๆ
     
       
    October 16

    เบื่อ

    ช่วงนี้เป็นช่วงน่าเบื่อ...ฝนกตกทุกวัน ขับรถก็เจอพวกมารยาททรามสาดโคลนใส่รถ เติมน้ำมันก็เจอเด็กปั๊มเติมล้น เถียงกับมันอีก...งานก็เยอะ เลิกก็ดึกทุกวัน ทำงานจนดึก ยังเสือกเจอเร่งงานตอนเช้า เร่งๆจนผิด ผิดก็ซวยคนทำอีกว่าทำไมทำผิด
     
    อยากจะหนีไปไกลๆ อยากไปให้ไกลที่สุดไกลจากชีวิตห่วยๆแถวลาดกระบัง
     
    อยากไปหมู่เกาะสุรินทร์ตอนปลายปี ไปแบบแนวๆ ไปแบบลุยโคตร ไปเพื่อฝึกถ่ายรูป แต่งานบ้าๆนี้ไม่รู้จะได้หยุดยาวเพื่อไปรึป่าว ชีวิตนี้ทำไมเป็นบบนี้วะเนี้ย...
     
    จะจบปี 2007 แล้ว กลับมานั่งรีวิวชีวิตและเป้าหมายระยะสั้นอีกครั้ง
    • การงานก็โอเคนะ น่าพอใจ แม้จะเริ่มไม่แฮปปี้เพราะงานเยอะ แต่ก็ยังเห็นช่องทางก้าวหน้า
    • สุขภาพ...อันนี้แย้เหมือนเดิม ปวดหลังไม่หาย เสือกมีปวดตาเพิ่มขึ้นมาอีก
    • ร่างกายทั่วไป...ยังคงผอม 1 ปีที่ผ่านมาน้ำหนักเพิ่มแค่ 1 กิโลกรัม...หรือโปรตีนยี่ห้อนี่มันคือฝงแป้งวะ กินแล้วไม่อ้วนขึ้นเลย แสดดดดดดด
    • การเมือง...ระยามมมสุนัข เช่นเดิม เผด็จการทหารครองเมือง ตุ๊ดคือผู้กำหนดประเทศ ชนชั้นในสังคมยังมี เลือกปฏิบัติมากที่สุดเท่าที่เคยเห็น...กรุณาดู clip โฆษณาข้างล่าง...โดนแบบได้ไง???
    วันนี้บ่นไรไร้สาระมาก ไม่มี point ของการบ่นเลย...จบดีกว่า
     

    พลังประชาชน

     
    October 12

    แมววววววววววว...ผี....

    เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้...มันคือเรื่องจริง...มีบางฉากบางตอน น่ากลัวเป็นเป็นสิ่งเหลือเชื่อ เหนือธรรมชาติ กรุณาใช้วิจารณญานในการรับชม
     
    เมื่อคืนหลังจากกลับจากที่ทำงานประมาณ 4 ทุ่ม เหนื่อย รู้สึกง่วงนอนโคตร หลังจากอาบน้ำสระผมหลังจากเจอฝนกระหน่ำใส่เหมือนมันไม่อยากให้ออกจากออฟฟิศ เป่าผมให้แห้งเพราะกลัวไม่สบาย...กำลังลุกจากเตียงไปปิดไฟ....ไฟแม่งปิดเอง...
     
    ไฟแม่งปิดเอง ไฟแม่งปิดเองได้...เชี่ย
     
    "เหมียวววว...ว" เสียงแมวแว่วเข้ามาในหู
     
    เชี่ย (อีกที)...นี่กูอยู่หอ แล้วแมวเหี้ยที่ไหนวะเนี้ย
     
    เสียงแมวยังคงวนเวียน...วนเวียน และวนเวียน
     
    เชี่ย (อีกรอบ)...เอาวะ...คว้ามือถือ แทนไฟฉาย บิดลูกบิด เปิดดูแม่งเลย...
     
    เชี่ย (รอบที่สาม)...เช้ดดด...เข้...แมวจิง ดำปี๋ตาเหลืองอ๋อยเลย...แม่งจะเข้าห้องด้วย ปิดประตูดีกว่า...เอาวะ เปิดอีกทีเผื่อตาฝาด...ไอแสดดด...แมวจริง แมวจริง แมวจริงๆ...ดำกว่าเดิมอีก ตาแม่งก็เหลืองกว่าเดิมด้วย
    นี่กูอยู่หอแล้วแมวมาจากไหนวะเนี้ย...
     
    ข่มตาหลับ หลับให้ได้...จนหลับไป ตื่นมา ไม่มีแมว และก็ไม่ได้ถามใครเรือ่งแมว ยังงง ยังคงเป็นปริศนา....ต่อไป
     
     
     
    ps จริงๆแล้วไฟไม่ได้ปิดเองหรอก ฮ่าๆๆ ฝนตกไฟเลยดับ แต่เรื่องแมวอะเรื่องจริงนะ ยังงอยู่มันมาจากไหนแล้วมันไปตอนไหน...ไอแมววววววววววววววผี
    October 07

    Finding Hygrometer

    Hygrometer รู้จักมั๊ยครับ....มันคือเครื่องวัดความชื้น..อยากเอามาทำอุปกรณ์บางอย่าง...วันนี้เลยไป "the old siam" เพื่อไป "อมร" ไปเส้นทางที่คุ้นเคย เพราะมันคือเส้นทางที่ไปสวนกุหลาบอยู่แล้ว ไปถึงจอดรถ พุ่งตรงไปชั้นเครื่องมือและอุปกรณ์ชั้น 3 เดินอยู่ 2 รอบ หาเองไม่เจอ มองซ้าย มองขวา เจอ counter ขาย meter เลยเดินไปถาม

     

    ผม      "มีขาย hygrometer ป่าวครับ"

    คนขาย "แบบไหนอะครับ"

    ผม      (แม่งมีหลายแบบหรอวะ ห่า...) "มีแบบไหนบ้างหละ"

    คนขาย "แบบเข็มกับแบบตัวเลข"

    ผม      (ไอห่า กูก็นึกว่าแบบไหนที่แท้ก็แบบเข็มหรือตัวเลข) "แบบเข็ม เท่าไหร่" (ในใจคิดว่าเข็มมันดูแนวกว่าเยอะ)

    คนขาย "แบบเข็มหมดอะ...พึ่งขายไปเมื่อกี้"

    ผม      (บอกทำไมว่าขายไปตอนไหน บอกให้กูเจ็บใจเล่นหรอไงวะ) "งั้นแบบตัวเลขเท่าไหร่"

    คนขาย "400" (พูดพร้อมหยิบของขึ้นมาให้ดู)

    ผมถามต่อ "มันคลาดเคลื่อนแค่ไหน"

    คนขาย "ไม่เกิน 0.1%"

    ผม      (ห่านี่ ขี้โม้สัด มันเห็นหน้ากูโง่หรอวะคิดจะหลอกกู กูเคยเรียนมานะเว่ยเรื่อง hygrometer) "มันวัดอุณหภูมิได้ 2 จุดหรอ" (พูดไปกดดูไป)

    ผมถามต่อ "ทำไมอุณหภูมิ 2 จุดวัดค่าได้ไม่เท่ากัน ตอนนี้อยู่สภาพแวดล้อมเดียวกันนะ" (ในใจคิดว่า เชี่ย ไหนบอกว่าแม่น)

    คนขาย "เอ่อ ก็ต่อกันนิดหน่อย"

    ผม      "งั้นไว้ค่อยมาอีกที"

     

     

    ผมวางลงเดินออกจากร้าน และคิดว่าคนขายมันบ้าป่าว วัดค่าออกมาห่างกัน 3 องศาทั้งๆที่อยู่ที่เดียวกัน มันเรียกว่านิดหน่อยหรอเนี้ย....ช่างเหอะเลยไปดูที่อื่น...

     

    เดินขาลาก หมดเวลาไปเกือบ 2 ชม เดินทั่วบ้านหม้อ...มี้ hygrometer แบบเดียวกับที่ดูตอนแรกทั้งบ้านหม้อ...เลยไม่ได้ของกลับบ้าน

     

    กลับมาลองเช็คใน pantip ห้อง nikon ว่าเค้าซื้อกันที่ไหนอรกนอกจากอมร...ปรากฏว่าเค้าซื้อกันที่อมร...แต่ชั้น 2 ผม"เสือก"เดินแต่ชั้น 3

     

    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...กรุณาเช็คข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไม่งั้นจะเสียทั้งเวลา ค่าน้ำมัน ค่าจอด ค่าเหนื่อย และเสียอารมณ์...

     

    สรุปแล้วคนขายมิเตอร์มันเข้าใจถูกแล้วแหละว่าผมโง่จริงๆ ฮ่าๆๆๆ

    เล็งตาขวา-เล็งตาซ้าย???

     
    เวลาถ่ายรูป...คุณเล็งตาขวา หลับตาซ้าย หรือ เล็งตาซ้ายหลับตาขวา
     
    ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองแปลก และไม่เคยมองคนอื่นแปลก เพราะผมไม่เคยสังเกตว่าคนอื่นเค้าเล็งตาขวาหลับตาซ้าย (ตามรูปข้างล่างอะครับ)
    ถูกแล้วครับ...ผมเล็งตาซ้าย หลับตาขวา
     
    ผมไม่รู้เพราะอะไร ผมถึงไม่เหมือนคนอื่น จริงๆแล้วก็มีบางคนที่เหมือนผมนะแต่น้อย...
     
    ไม่มีอะไรมากแค่แจ้งให้ทราบว่าไม่ค่อยเหมือนใคร ฮ่าๆๆ